ปัจฉิมบทแห่งภูทับเบิก 2558

ปัจฉิมบทแห่งภูทับเบิก 2558

ใครที่เคยรับชมอ่านรีวิวในเวป phateaw.com แห่งนี้ คงคุ้นตากันบ้างกับภาพดงกะหล่ำสุดลูกหูลูกตาที่ผมเคยรีวิวเมื่อหลายปีก่อน  ทับเบิกดงกะหล่ำใหญ่ที่สุดในโลก จริงๆ ผมก็ไปต่อเนื่องมาทุกปี แต่ปีนี้ได้เห็นการเปลียนแปลงที่มากที่สุดและเสียความรู้สึกมากที่สุดจึงขอเขียนรีวิวถึง ที่แห่งนี้อีกทีครับ ลองอ่านกันดูจริงๆ รีวิวนี้ไม่ค่อยทางการนักเพราะผมเขียนไว้จากเฟสส่วนตัวที่ละเหี่ยใจกับการเห็นแก่ได้ของคน ไม่ได้มีเจตนาโจมตีไดๆ ไม่อยากให้มันเละไปกว่านี้   ภาพที่ใครๆ แชร์กันสวยๆ ด้านหลังเหล่านั้นมุมอื่นๆ แทบจะไม่มีมุมให้ถ่ายกันแล้วเพราะสิ่งก่อสร้างขึ้นบังกันหมด

ทะเลหมอกยอดภูทับเบิก

ทะเลหมอกยอดภูทับเบิก


ทริปนี้เกิดจากความคิดชั่ววูบตัดสินใจสุดท้ายคืนวันศุกร์ที่ 11 กันยายน 2558 ที่ผ่านมานี่เองออกเดินทางตอนเที่ยงคืนเป๊ะ
ขับไปก็เจอฝนตลอดทางตกๆ หยุดๆ หยุดพักหาอะไรกิน แวะปั้มแก้ง่วง แก้หิวตลอดทาง ขับหวานเย็นเกิ๊นเกือบชะล่าใจเกินไป ไปถึง 3 แยกทางขึ้นทับเบิกก็ตี 5:30 แล้วเอาละสิ กะว่าถึงนี่ไม่เกินตี 4 ครึ่ง ตี 5 ผิดแผนดิ

อัดอย่างเดียวเลยฟ้าเริ่มเปลียนสีละ ดีที่ทางขึ้นเขาถนนไม่เปียก ถึงลานจอดรถวิสาหกิจ( ด้านนอก) ก็ปาไปเวลา 5:50 น.แล้วคว้ากล้อง ขาตั้งวิ่งครับ อย่างเหนื่อยเพราะที่จอดไกลมาก….วิ่งไปจุดวัดอุณหภูมิรีบกางขาตั้ง รีบเซ็ตค่า กดชัตเตอร์รัวๆๆ ผสมกับเสียงหอบจน คนอื่นมอง 555+ ถ่ายจุดนี้ได้ประมาณ 5-10 นาที เท่านั้นก็รีบๆๆ วิ่งลงไปทางหน้าผาที่ห่างไปประมาณ 200 เมตร ทำไมหรอครับ เพราะตอนนี้ลงไปยืนถ่ายจากริมด้านบนไม่ได้แล้ว (โครตแย่) โดนรีสอร์ทต่างๆ สร้างตามใจฉันบังหมดเลยครับ

012

ทะเลหมอกทับเบิก 12/9/2558

ต้องเดินแกมวิ่งลงไปริมหน้าผาเท่านั้นเลยวิ่งเร็วมากก็ไม่ได้ทางชันกลัวลมฟาดกล้องพังพอไปถึงริมหน้าผา แม่เจ้า ฟ้าปิด แสร๊ดดดดดดดดดด…. ขาวว๊อก T_T
เดินถ่ายเดินวนรออยุ่นาน ไม่มีทีท่าว่าจะเปิดเลย เดินกลับขึ้นด้านบนถ่ายดอกไม้ฟรุ้งฟริ้งแก้เซ็ง แล้วก็ไปหาถ่ายดงผักที่เหลืออยู่ด้านใน แปลงเล็กๆ เท่านั้นแก้ขัดไปก่อน เดินๆ จะไปหาอะไรกิน อ้าวฟ้าเปิดๆๆๆ วิ่งๆๆๆ อีกแล้ว แฮ๊กๆๆ แต่ว่าดวงอาทิตย์ก็เลยไปไกลแล้วไม่ค่อยได้ใจนัก

ลาเวนเดอร์ ทับเบิก

ลาเวนเดอร์ ทับเบิก

วันนี้ก็เช่นเคยกางเต๊นท์ ณ วิสาหกิจชุมชนอันคุ้นเคยดี แต่ที่เพิ่มเติมคือเช่าผ้าใบมาคลุมเต๊นท์อีกชั้นหนึ่งขึง 4 มุม กันการเจอฝนหนักๆ กะว่ามาเลยตกให้หนักๆ ให้หมดไปเลยตอนเช้าได้หมอกลง มันก็ตกจริงๆครับ แต่ตกๆ หยุดๆ ไม่หมดสักทีตอนเช้าเลยไม่ได้สักภาพ
นั่นแสดงว่าการไปทับเบิกแบบเดินทางกลางคืนครั้งแรกเป็นการตัดสินใจที่ถูกจังหวะจริงๆ ถ้าเดินทางแบบเดิมคือออกเดินทางเช้าวันเสาร์เพื่อจะไปวัดดวงถ่ายภาพเช้าวันอาทิตย์นี่ต้องแห้วแน่ๆ

ทับเบิก

ทับเบิกในวันนี้ไม่เหมือนเก่าและสเน่ห์เดียวที่เหลืออยู่คือทะเลหมอก ( ทะเลหมอกไม่ได้มีทุกวัน โปรดเข้าใจตรงกันด้วยว่า ต้องฝนตกจนความชื้นสะสมมากๆ เกือบ 100% และลมต้องนิ่งไม่งั้นก็จะขาวฟุ้งไปหมดไม่เห็นอะไร ) เดิมที่จะมีแปลงกะหล่ำใหญ่ที่สุดในโลก เห็นวิถีชาวบ้านตอนนี้สิ่งเหล่านั้นไม่มีแล้วครับ คงเหลือแค่เป็นดงรีสอร์ทพักอากาศแค่นั่นแหละ สำหรับใครไม่เคยไปก็คงตื่นตาตื่นใจ แต่สำหรับคนที่เคยไปตั้งแต่นานแล้วอยากไปถ่ายวิวสวยๆ กว้างๆไปคงเสียความรู้สึกแน่นอนและยังไม่มีทีทาว่าจะหยุดสร้างแต่อย่างได

อย่างที่ผมเคยทำภาพเปรียบเทียบให้ดูแล้วในเดือนก่อนเดือนนี้มีเริ่มสร้างเพิ่มอีกแล้ว
ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะนักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งนี่แหละ อยากสบาย คิดจะสบายไปทุกอย่างเหมือนอยู่บ้าน แล้วไปอุดหนุนสนับสนุนรีสอร์ทที่สร้างบังวิวกันไปแบบนี้    อยากออกไปหาธรรมชาติอันสวยงาม แต่เ-ือกเข้าไปทำลายธรรมชาติเพียงเพื่อสนองความสุขในการซุกหัวนอนไม่กี่ชั่วโมงของตัวเอง แล้ววันข้างหน้ามันจะเหลืออะไรให้คุณๆ ดูวะ คิดเที่ยวธรรมชาติแต่ไม่คิดที่จะปรับตัวหาธรรมชาติแบบนี้ไปเที่ยวไหนก็มีแต่พังกับพัง

ไร้การจัดระเบียบทับเบิก

ไร้การจัดระเบียบทับเบิก

เมื่อผมได้ภาพที่ผมต้องการแล้วก็ตัดสินใจแล้วว่าคงไม่ไปแล้วล่ะทับเบิก เว้นแต่ว่ามีงานต้องทำหรือใครวานช่วยให้พาไปอันนี้ก็แล้วแต่กรณีไป
จบการรีวิวการเที่ยวทับเบิกครั้งที่ 7 ไว้เพียงเท่านี้
#GoodbyeTabberk

Share this: Twitter | StumbleUpon | Facebook | digg

Comments

comments